[Fic] San-nin (Aya x Miki x Reina) :: 1 st view :: Reina
posted on 14 Sep 2009 17:49 by morningmelody in Fiction
Title: San-nin
Author : kitakaze
Pairing : Aya - Miki - Reina
Rating : PG-13
Note : เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกๆ ที่แต่งค่ะ (เรื่องที่ 1.5 เพราะขณะที่เขียนเรื่องนี้จนจบนั้น เรื่องแีรกจริงๆ ยังไม่จบด้วยซ้ำ) การใช้ภาษากับการบรรยายยังป่วงๆ อยู่ แม้จะน่าอับอาย แต่ก็ตัดสินใจไว้ว่าจะคงรูปแบบเดิมเอาไว้ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม XP
แผ่นหลังที่งดงาม...
จนถึงตอนนี้เรนะก็ทำได้แค่เฝ้ามองแผ่นหลังนั่นเท่านั้น ไม่ว่าพยายามซักเท่าไหร่ก็ก้าวไปยืนเคียงข้างไม่ได้ซักที
แต่ถึงอย่างนั้น... เรนะ...ก็มีความสุข...
เพียงแค่ได้เฝ้ามองแผ่นหลังนั้นหัวใจนี้ก็รู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาแล้ว
ความรู้สึกนี้...เรียกว่าอะไรกันนะ...
ชื่นชม...หรือว่า......หลงใหล.........
แสงยามเย็นส่องกระทบผู้เป็นเจ้าของแผ่นหลังอันงดงาม แผ่นหลังนั้นเคลื่อนไหวเข้ากับจังหวะเพลงได้อย่างเหลือเชื่อ
"อ๊ะ ทานะกะจัง จังหวะนั้นยังผิดอยู่นะ"
"อ่ะ!? ค่ะ!!"
ทุกคนกลับกันไปหมดแล้วเหลือแต่เรนะกับเค้า...เพียงแค่สองคนเท่านั้น.... และแม้จะเป็นตอนนี้ แต่เรนะก็ยังรู้สึงเหมือนยืนอยู่เบื้องหลังของเค้า
ใบหน้าของฟูจิโมโตะซังที่ฉายอยู่บนกระจกนั้นเหลือบมองไปยังนาฬิกาซึ่งติดไว้บนกำแพง
"อืม...ทานากะจัง มิกิต้องไปแล้วล่ะ" ฟูจิโมโตะซังหยุดยืนแล้วหันมาหาเรนะ
"ค่ะ....ขอบคุณนะคะที่อยู่ซ้อมเป็นเพื่อน"
ทำไมเวลามันช่างผ่านไปเร็วอย่างนี้นะ...
"แล้วจะกลับรึยังหรอ ?"
"ค่ะ...คิดว่า..."
"อืม...งั้นไปกินเนื้อย่างด้วยกันมั้ย...."
" ...(( ! ! ! )) "
ห๊ะ!!? จริงอ่ะ!!! ฟูจิโมโตะซังชวนหรอเนี่ยดีใจจังเลยๆๆ
"...พอดีนัดกับอายะจังเอาไว้น่ะ"
"......"
...
"...ไม่ดีกว่าค่ะ ไม่ค่อยได้เจอกันไม่ใช่หรอคะ...." ...รอยยิ้มของเรนะตอนนี้มันเป็นแบบไหนกันนะ
"แหม่!! รู้ดีจริงนะ เด็กคนนี้ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ" ฟูจิโมโตะซังหัวเราะแล้วก็เดินเข้ามาขยี้หัวเรนะ
"งั้นไปก่อนนะ ทานากะจัง"
"ค่ะ.......แต่ว่านะ...เมื่อไหร่จะเลิกเรียกว่า ' ทานากะจัง ' ซะทีล่ะคะฟูจิโมโตะซัง"
"งั้นเมื่อไหร่ทานะกะจังจะเลิกเรียกมิกิว่า ' ฟูจิโมโตะซัง ' ซะทีล่ะ"
เส้นผมสีน้ำตาลแดงสะท้อนแสงอาทิตย์จนส่องประกาย... เช่นเดียวกับรอยยิ้มนั้น...
ฟูจิโมโตะซังน่ะปกติถ้าทำหน้าเฉยๆล่ะก็จะดูน่ากลัวมากๆเลย แต่พอเวลายิ้มกลับดูเหมือนเป็นคนละคน ยิ่งถ้าอยู่กับมัตสึอุระซังแล้ว รอยยิ้มนั้นก็ยิ่งดูสดใสเป็นเท่าตัว
เวลาพวกเค้าอยู่ด้วยกันนั้นมองดูแล้วราวกับเป็นภาพวาดที่งดงาม...
เอ...เปรียบแบบนี้จะดูเว่อร์ไปรึเปล่านะ แต่ก็รู้สึกแบบนี้จริงๆนี่นา
แต่ว่านะ...เวลาที่เรนะมองภาพนั้นแล้วหัวใจมันก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมา...
...มันเจ็บจี๊ดจนมองต่อไม่ไหว…
ทั้งที่เรนะชอบฟูจิโมโตะซังเวลาอยู่กับมัตสึอุระซังแท้ๆ...พิลึกจังเนอะ
เรนะเดินทอดน่องไปเรื่อยๆตามถนนปลอดผู้คน
-- โครก~~~ --
กลิ่นเนื้อย่างจากร้านตรงหน้านั้นมันกระตุ้นต่อมหิวได้อย่างไม่น่าเชื่อ
แวะซักหน่อยดีกว่าเรา
-- แอ๊ด –
อืมม หอมจังเลยย
...
เอ๊ะ...นั่น...
..............ฟูจิโมโตะซังนี่.....
ทำไมนั่งคนเดียวล่ะ...แล้วมัตสึอุระซังล่ะ....
แล้วทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นล่ะ!
เรนะเผลอตัวจ้องฟูจิโมโตะซังอย่างไม่วางตา... แล้วทันใดนั้นสายตาของเราสองคนก็ประสานกัน...
"เอ้า ทานากะจัง เนื้อชิ้นนี้สุกแล้วนะ"
"ขอบคุณค่ะ"
หลังจากประโยคนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก...การกินนั้นเป็นไปอย่างเงียบเชียบ
มันเงียบจนเครียด....จนกินไม่รู้รสชาตเลย...
..ในที่สุดเรนะก็ทนไม่ได้
"เอ่อ...แล้วมัตสึ..."
"อายะจังน่ะ..."
เรนะยังพูดไม่จบประโยคฟูจิโมโตะซังก็พูดแทรกขึ้นมา
"..."
"..."
"...อายะจังน่ะ..."
ในที่สุดฟูจิโมโตะซังก็พูดออกมาอีกครั้ง...
"อายะจังน่ะ...จู่ๆก็โทรมาบอกว่ามาไม่ได้..."
"..."
"...อีกแล้วสินะ...ทั้งที่ไม่ค่อยได้เจอแท้ๆ..."
"..ฟูจิโมโตะซัง......"
"ช่างเถอะๆ ทานากะจังอยากกินอะไรสั่งเลยนะเดี๋ยวมิกิเลี้ยงเอง ฮี่ฮี่"
"...ค่ะ!"
ฟูจิโมโตะซัง...
...รอยยิ้มแบบนั้นน่ะ....มันฝืนชัดๆเลยนะคะ....
แต่ถึงอย่างงั้น...เรนะก็ทำเป็นไม่สังเกตถึง...
ก็ฟูจิโมโตะซังน่ะ...คงไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของตัวเองสินะ
พอรู้สึกตัวอีกทีรอบข้างก็มืดสนิทไปหมดแล้ว...
ทำไมกันนะ...เวลาที่อยู่กับฟูจิโมโตะซังเวลาถึงผ่านไปเร็วอย่างนี้....
แสงจันทร์ที่ส่องออกมาปนกับความมืดยามค่ำคืนจนดูเหมือนกลายเป็นสีฟ้า ช่วยขับดันความหนาวของอากาศให้เย็นจับใจยิ่งขึ้น
"เฮ่อ~~ อิ่มจังเลยๆ" ฟูจิโมโตะซังยืดสองแขนขึ้นฟ้าแล้วร้องออกมา
"....ไม่อิ่มก็ไม่ใช่คนแล้วล่ะ...เล่นฟาดไปซะขนาดนั้น..." เรนะตั้งใจพึมพำออกมาให้ได้ยิน
"ห๊า ว่าไงน๊ะ ยัยเด็กนี่วอนซะแล้ว" ฟูจิโมโตะซังยิ้มแล้วเงื้อมือขึ้น
"ก็ความจริงนี่ ฮี่ฮี่ แบร่ๆๆ" เรนะพุ่งตัวไปด้านหน้าหลบอ้อมแขนของฟูจิโมโตะซัง
"ทานาก่า!"
"ฮะฮะฮะ"
พวกเราสองคนหัวเราะกันวิ่งไล่จับกันเหมือนเด็กๆ
ในที่สุดฟูจิโมโตะซังก็จับตัวเรนะไว้ได้
เรนะหลังพิงกำแพงตึกที่อยู่แถวๆนั้น มีสองแขนของฟูจิโมโตะซังยันกำแพงปิดทางหนีไว้ เราสองคนหอบหายใจ ไอสีขาวถูกปล่อยออกมาอย่างไม่ขาดสาย
แววตาของฟูจิโมโตะซังสะท้อนกับแสงจันทร์เป็นประกายดูงดงาม
"...ฟูจิ...โมโตะซัง...."
"...ทานากะจัง..."
รู้สึก...บรรยากาศมันแปลกๆ....
ใบหน้าของฟูจิโมโตะซังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...
เรนะหลับตาลง...ไม่ใช่เพราะกลัว...แต่รู้สึกเหมือนมันต้องเป็นแบบนั้น...
แต่ว่า....
ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
"....ยะจัง"
" ? " เรนะลืมตาขึ้นเมื่อเหมือนจะได้ยินเสียงของฟูจิโมโตะซัง
ฟูจิโมโตะซังมองไปด้านข้างเหมือนมองไปที่ไหน...ไกลออกไป...
เรนะหันไปตามทิศนั้นแต่ก็ไม่เห็นอะไร และในจังหวะที่เรนะกำลังเหม่ออยู่นั้นฟูจิโมโตะซังก็เอากำปั้นสองข้างมาขยี้หัวเรนะเหมือนกับชินจัง
"...โอ๊ยๆๆๆๆ...ฟูจิโมโตะซังอ่า"
"ฮี่ฮี่ฮี่ จับได้แล้ว~~"
"โธ่~~~"
"เอ้า กลับเถอะๆ เดี๋ยวมิกิไปส่งที่สถานีนะ"
"ค่า"
ฟูจิโมโตะซังจูงมือเรนะเดินไปเรื่อยๆ
...อยากให้ถนนเส้นนี้ทอดยาวต่อไปเรื่อยๆจังเลย...
...ไม่อยากปล่อยมือนี้ไป
สถานีรถไฟเงียบสงบจนแทบจะปราศจากผู้คน นี่มันกี่โมงกันเนี่ยคนถึงได้น้อยอย่างนี้
...แต่ช่างมันเถอะ...
"เดี๋ยวมิกิจะรอเป็นเพื่อนจนกว่ารถไฟจะมานะ"
"ค่ะ"
เราสองคนนั่งรอลงที่ม้านั่งซึ่งเย็นเฉียบแถวๆนั้น
"เฮ่อ....เหนื่อยจังเลย...."
"ก็เล่นวิ่งซะขนาดนั้นนิ หึหึหึ"
"ก็ฟูจิโมโตะซังน่ากลัวนิ...นึกว่าจะโดนฆ่าหมกซ่องตึกแล้วซะอีก"
"ว่าไงน๊า!!"
"อุ๊บ ฮะฮะฮะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า"
ชานชลาที่เงียบสงบกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเราสองคน...
...รู้สึกดีจังแฮะแบบนี้....
"ฮ้าว~~ว"
"ง่วงหรอทานากะจัง
"นิดหน่อยอ่ะค่ะ" เรนะพูดพลางยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาที่เล็ดออกมา
"จะหลับไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวมิกิปลุกเอง"
"มะ มะ มะ ไม่เป็นไรค่ะ!!”
"เถอะน่า!" ฟูจิโมโตะซังยืดแขนออกมาโอบไหล่ แล้วดึงเรนะไปซบกับบ่าตัวเอง
"หวะ หวา~~"
เรนะซบอยู่กับบ่าของฟูจิโมโตะซัง...สภาพแบบนี้น่ะ...
จะไปหลับลงได้ไงเล่า!!!
กลิ่นโคโลนจ์ที่น่าจะถูกกลิ่นเนื้อย่างกลบไปแล้วนั้น ตอนนี้มันกลับโชยความหอมอ่อนๆนั้นออกมา
...หัวใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะ...
แต่ว่า... ไออุ่นที่ถ่ายทอดออกมานั้น... เหมือนจะห่อหุ้มไปถึงข้างใน...
อยากจะอยู่แบบนี้ต่ออีกนิด...ก็เลยแกล้งหลับตาลง
"..."
"...ทานากะจัง.."
เหมือนจะได้ยินเสียงเรียก... แต่อยากอยู่แบบนี้ต่ออีกนิดหง่ะ แกล้งหลับต่อล่ะกัน
ฟูจิโมโตะซังปัดผมที่ปรกหน้าเรนะออกอย่างแผ่วเบา
จากนั้นที่ตามมาคือสัมผัสอุ่นๆ นุ่มๆ ที่หน้าผาก
...เอ๋?
"...เรนะ"
เอ๋!? เมื้อกี้เรียกว่าอะไรนะ หูฝาด!?
พริบตาต่อมา...ก็รู้สึกถึงสัมผัสอันแผ่วเบาที่ริมฝีปาก
สัมผัสที่อ่อนโยน อ่อนอุ่ม...และอบอุ่น....
เกือบจะนึกว่าเป็นความฝันแต่ว่า...ลมหายใจที่ปะทะแก้มนั้นมันคือของจริง
เรนะค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสนั้นถอยห่างออกไป สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือใบหน้าของฟูจิโมโตะซัง
แววตานั้นช่างงดงามแต่ก็ดูเศร้า...
"ฟูจิโมโตะซัง?"
ฟูจิโมโตะซังยกปลายนิ้วขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากเรนะอย่างแผ่วเบา
"เรนะ...มิกิเรียกว่าเรนะแล้วนะ" ฟูจิโมโตะซังยิ้มด้วยแววตาที่มีน้ำตาเอ่อนิดๆ
"...มิ..................มิกิ..."
เรนะโอบกอด ฟูจิ....มิกิอย่างแผ่วเบาและเพิ่มน้ำหนักแขนขึ้นเรื่อยๆ จนมันกลายเป็นอ้อมกอดที่แนบแน่น และมิกิก็กอดตอบเช่นกัน....
-- กึ่งๆๆ วี๊~ --
เสียงรถไฟแล่นเข้ามาและแล่นออกไป... แต่เราสองคนก็ไม่สนใจ...เรนะยังคงกอดมิกิแน่น...
ความรู้สึกที่มีนั่นไม่ใช่แค่ชื่นชมอีกแล้ว...และก็ไม่ใช่ความหลงใหล
ความรู้สึกนี้.........
..........มันคืออะไรนะ......
สัมผัสอุ่นๆที่ริมฝีปากครั้งที่สอง... มีอะไรบางอย่างไหลปน... นั่น...คือน้ำตา......
แต่นั่นคือน้ำตาของใครกันนะ...ของเรนะ...ของมิกิ....หรือว่า...
ของเราทั้งคู่...

เขียนฟิคกับนิยายมาอีกเยอะๆ นะคะ
เรื่องนี้เคยอ่านมานานหลายปีดีดัก แต่อ่านกี่ทีก็ชอบค่ะ
ดีใจมากที่กลับมาค่ะ
#1 By uregus on 2009-09-14 18:15