[S.Fic] Beginning 'n Ending (Maki x Reina)

posted on 21 Sep 2009 22:52 by morningmelody  in Fiction

Title: Beginning 'n Ending
Author : nokki
Pairing : Maki - Reina
Rating : G

Note :ลองจับเอาคนที่มองเรื่องความรักในแง่ลบกับคนที่มองเรื่องความรักในแง่บวกมาเจอกัน ก็คงจะได้ออกมาประมาณนี้มั้งคะ

 -------------------------------------------------------------

 Beginning 'n Ending

เพราะไม่อาจจะทำใจกับการสูญเสียได้
ดังนั้น...ก็อย่าเริ่มต้นมันเลยจะดีกว่า

.
.
.

ฉันนั่งมองสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆตรงหน้า
ไม่อยากจะคิดเลยว่า เรื่องที่เริ่มต้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มักจะมีจุดจบที่สิ้นสุดลงด้วยบทสรุปแบบเดิมๆ

"มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวเหรอ"

ฉันหันหลังกลับไปมองเจ้าของคำพูด
ผมหยิกอ่อนๆประบ่าสีน้ำตาลเข้ม รอยยิ้มสดใสที่โชว์เขี้ยว
กับดวงตาเรียวแหลมจนหยีแทบมองไม่เห็น
ร่างเล็กๆเดินมานั่งลงข้างๆฉันโดยไม่ขออนุญาต แล้วพูดต่อ

"นี่ๆ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า"

ฉันมองเจ้าเด็กที่มานั่งข้างๆด้วยความสงสัย
นี่มาถึงก็พูดฉอดๆเลยนะ รู้จักกันเหรอก็ไม่ใช่
แต่ทำไมรู้สึกหน้าคุ้นๆจังนะ

"ไม่มีเพื่อนเหรอ เลยมานั่งคนเดียวน่ะ"

ปากเล็กๆนั่นยังพูดจ๋อยๆ อา...นึกออกแล้วล่ะว่าคุ้นๆหน้าจากไหน

"นี่...เธอมีญาติชื่อโกเต็นหรือเปล่า"

ฉันถามออกไป...ได้ผลแฮะ
เธอหยุดพูดทันที หน้านี่เอ๋อเชียว

"ใคร? โกเต็นที่ไหน? ไม่รู้จัก"

เธอยังคงเอียงคอมอง พลางทำท่านึกอย่างหนัก
ฉันเลยหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

"ฮ่าๆๆๆ"
"หัวเราะอะไรน่ะ!"

เธอส่งเสียงแหวขึ้นมาทันที ฉันพยายามกลั้นหัวเราะ

"เอ่อ...โกเต็นน่ะนะ มันเป็นแมวน่ะ"
"เห? แล้วมันจะเป็นญาติเรนะได้ยังไงกันล่ะ"

เด็กหน้าแมวที่แทนตัวเองว่าเรนะ พูดเสียงสูงขึ้นมา

"ก็เธอน่ะหน้าเหมือนแมวจังเลยนะ"

ฉันพูดแล้วยิ่งขำเมื่อเห็นหน้ายู่ๆของเธอ
ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า เมื่อกี้ฉันหัวเราะงั้นเหรอ
หัวเราะกับเด็กที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วย

"นี่...แล้วตกลงมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ"

ฉันที่หันกลับมามองแม่น้ำตรงหน้า
ยังคงได้ยินเธอถามคำถามเดิม
เอาน่า...มีเด็กหน้าแมวเป็นเพื่อนคุย
ก็ดีกว่านั่งอยู่คนเดียวล่ะนะ

"นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย"
"แล้วไอ้เรื่อยเปื่อยนี่คืออะไรอ่ะ"

เธอยังคงถามไถ่ฉันเจื้อยแจ้ว

"ก่อนจะถามเรื่องของคนอื่นน่ะ เธอไม่คิดจะแนะนำตัวหน่อยเลยเหรอ"

ฉันหันไปถามเธอ เธอมองกลับมาด้วยดวงตากลมแป๋ว
ก่อนจะเผยรอยยิ้มจนตาหยี

"ทานากะ เรนะ อีกสองเดือนก็จะอายุสิบหกแล้วล่ะ"

เสียงเจื้อยแจ้วตอบอย่างร่าเริง
ฉันขมวดคิ้วมองเธออย่างนึกสงสัย
มีที่ไหนกันบ้างที่เค้าแนะนำตัวพร้อมทั้งบอกอายุน่ะ

"แล้วเธอล่ะ"

เธอถามฉันกลับมาบ้าง ฉันคงต้องตอบสินะ

"โกะโต มากิ"
"อายุเท่าไร"
"ทำไมต้องบอกล่ะ"
"อ้าว...ก็อยากรู้ เรนะบอกของเรนะแล้วด้วย โกะโตซังจะไม่บอกหน่อยเลยเหรอไง"
"ไม่ล่ะ"
"ใจร้าย! ไม่ยุติธรรมเลย!"

เธอพูดตัดพ้อฉัน ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองแม่น้ำข้างหน้า
สองมือยกขึ้นกอดอก ใบหน้าบึ้งตึง
ฉันมองหน้าด้านข้างของเธอแล้วก็อดขำไม่ได้

"ตกลงจะไม่บอกหน่อยเลยเหรอ"

เธอหันกลับมาพร้อมถามทันที
ฉันสะดุ้งตกใจนิดหน่อย ที่จู่ๆเธอก็หันหน้ามา

"ไม่ล่ะ"

ยังคงยืนยันคำตอบเดิม เธอกระแซะเข้ามานั่งใกล้ๆฉัน

"นะๆๆ"
"จะรู้ไปทำไมกัน"
"น่า...นะ..."

ฉันมองเธอที่ยิ้มพร้อมทำตาบ้องแบ๊ว
สายตาแบบนั้นมันบอกให้รู้ว่า
ถ้ายังไม่บอก เธอก็จะตื๊อๆแบบนี้ต่อไปใช่มั้ย

"โอเคๆๆ ยี่สิบสอง พอใจรึยัง"
"หวาย! แก่จัง"

เธอพูดพร้อมทั้งหัวเราะคิกคัก
ฉันนึกหมั่นไส้ อยากเขกหัวเธอจริงๆเลย

"แล้วตกลงมานั่งทำอะไรตรงนี้ล่ะ"

พอเธอถามขึ้นมาแบบนี้ ฉันถึงเพิ่งนึกขึ้นได้
ดูเหมือนความใสซื่อและแปลกประหลาดของเธอ
จะทำให้ฉันลืมสาเหตุที่ฉันมาทำอะไรที่นี่ไปเสียแล้ว

"ไม่มีอะไรสำคัญนักหรอก"

ฉันตอบอย่างขอไปที เธอยังคงเอียงคอมองฉัน

"นี่...ถ้าไม่มีเพื่อนน่ะ เรนะเป็นเพื่อนให้ก็ได้นะ"

ฉันมองเธออย่างงงงันกับคำพูดนั้น
เธอยังคงส่งยิ้มสดใสมาให้

"เรนะก็ไม่มีเพื่อนเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เราเป็นเพื่อนกันได้มั้ย โกะโตซัง"

ฉันนึกสงสัยกับสิ่งที่เธอพูดออกมา
ไม่มีเพื่อน...งั้นเหรอ

"ตกลงนะ"

เธอเกาะแขนเสื้อฉัน พลางออดอ้อน
ท่าทางเหมือนแมวแบบนั้น ทำให้ฉันเผลอพยักหน้ารับ

"เย้! ดีใจจังเลย เรนะมีเพื่อนแล้ว แล้วตกลงโกะโตซังมีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอ เล่าให้เรนะฟังก็ได้นะ"

เธอทำท่าดีอกดีใจเสียยกใหญ่ ก่อนจะถามไถ่ฉันอีกครั้ง
ฉันยิ้มออกมานิดหน่อย ลองระบายออกไปบ้างก็คงจะดีกว่าแหละนะ

"ทำไมคนที่รักกันตั้งมากมาย ถึงเลิกกันได้ล่ะ"

คำถามที่ฉันอยากรู้ ถูกถามออกไป
ไม่ได้คาดหวังกับคำตอบหรอกนะ

"เพราะเค้าไม่ได้รักกันจริงๆไงล่ะ"

อึ้งกับคำตอบที่ได้รับจากเธอไปเล็กน้อย
พอหันไปมองก็เห็นสีหน้าจริงจัง
เหมือนแมวเวลาจ้องจะตะครุบเหยื่อ

"ทำไมถึงคิดแบบนั้น"
"ก็ถ้ารักกันจริง ก็จะต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดสิใช่มั้ยล่ะ"

รอยยิ้มกว้างของเธอทำเอาฉันนึกประหลาดใจ
มีคนที่ช่างใสซื่อแบบนี้ได้อีกเหรอเนี่ย

"ก็ถูกล่ะนะ"

ฉันหันกลับไปมองแม่น้ำอีกครั้ง

"ถ้าไม่มีจุดเริ่มต้น ก็คงไม่มีจุดจบสินะ..."

ฉันเปรยขึ้นมาเบาๆ แต่เจ้าเด็กตัวน้อยข้างๆฉัน
กลับเถียงขึ้นมาเสียงดังทันที

"ใช่ว่าทุกอย่างต้องมีจุดจบนี่นา!"

ฉันจ้องมองเป๋งเข้าไปในดวงตาเรียวแหลมที่จ้องกลับมา
แววตาที่จริงจังและมั่นคงกับเสียงที่พูดไป
ทำให้ต้องยิ้มและหัวเราะออกมา

"โกะโตซัง! ขำอะไรน่ะ!"

เธอโวยวายอย่างเด็กน้อยที่ไม่เข้าใจว่าทำอะไรน่าตลกลงไป
ฉันยื่นมือไปลูบผมหยิกสีน้ำตาลนุ่มนั่นเบาๆ

"จริงสินะ...บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องมีจุดจบนี่นา"

เธอยิ้มเมื่อฉันพูดแบบนั้น คงจะดีใจที่ฉันเห็นด้วยกับทฤษฎีของเธอ

จะลองดูนะ...อยากจะลองเชื่อเธอดูสักครั้งนึง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากวันนั้นมา ฉันกับเธอก็จะนัดเจอกันริมแม่น้ำนั่นทุกเย็น
เราพูดคุยกันไปเรื่อย เธอเล่าเรื่องของตัวเอง
เลยทำให้ฉันได้รู้ว่า เจ้าเด็กหน้าแมวคนนี้
อาศัยอยู่กับญาติ เพราะพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุไปเมื่อสี่เดือนก่อน
และเพราะต้องดูแลอย่างเสียไม่ได้ เธอเลยไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างอบอุ่นนัก

"แต่เรนะก็ไม่โกรธคุณอาหรอกนะ เพราะคุณอาก็ไม่ได้ตบตีเรนะนี่นา แถมที่เป็นอยู่ ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรด้วย ไม่ได้ลำบากแบบที่ซินเดอเรลล่าเค้าโดนหรอกนะ"

เธอพูดเมื่อเห็นฉันทำสีหน้าเห็นอกเห็นใจ
ดูเธอจะไม่ได้ลำบากอย่างที่ว่าจริงๆ
เพราะรอยยิ้มสดใสนั่น มันทำให้ฉันเชื่ออย่างนั้น

แต่เพราะแบบนี้หรือเปล่า เลยทำให้เธอเข้ากับคนอื่นไม่ค่อยได้
เหตุนี้หรือเปล่า ที่เธอไม่ค่อยมีเพื่อน

"เรนะคงจะเป็นคนแปลกสินะ เลยไม่ค่อยมีเพื่อนน่ะ"

จู่ๆเธอก็พูดขึ้นมา แล้วก็บังเอิญที่เป็นเรื่องเดียวกับที่ฉันคิดพอดี

"ทำไมล่ะ"
"ก็...เรนะย้ายมาอยู่กับคุณอา ไปโรงเรียนก็ครบเทอมแล้ว แต่เรนะไม่มีเพื่อนเลย เพราะเรนะแปลกประหลาดกว่าคนอื่นใช่มั้ย โกะโตซังเองก็คิดงั้นใช่มั้ย"

เธอหันมามองหน้าฉัน ดวงตากลมๆที่สดใสเสมอ
ตอนนี้มันดูหมองๆลงไป ฉันยิ้มบางๆ

"ก็ตอนนี้เรนะมีฉันเป็นเพื่อนแล้วไงล่ะ"

ฉันลูบหัวเธอเบาๆ เธอยิ้มออกมา
เรานั่งคุยกันต่อไปเรื่อยๆ เรื่องที่คุยก็มีสาระและไม่มีสาระ
แล้วแต่ว่าเธอหรือฉันจะเป็นคนเริ่มต้นมันขึ้นมา

.
.
.

เวลาล่วงเลยผ่านไปนานนับเดือน
การมาที่ริมแม่น้ำทุกวัน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แล้ว
ถึงต่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สบาย ก็ต้องถ่อสังขารมาหาเพื่อบอกกันก่อน
หรือแม้กระทั่งวันที่ฝนตกหนักอย่างวันนี้ก็ตาม...

"นี่...เรนะ"

เธอเงยหน้ามองฉัน ร่มสีม่วงของเธอถูกหุบลง
โดยมีฉันกางร่มสีดำไว้เหนือหัวของเราทั้งคู่

"เธอไม่มีโทรศัพท์มือถือหรือไง"

ฉันถามขึ้น เมื่อเพิ่งนึกได้ว่า เราไม่มีเบอร์มือถือกันเลย
ถ้าเกิดมีอะไรขึ้นมา จะติดต่อกันได้ยังไงล่ะ

"เรนะไม่มีมือถือนี่นา"

เธอส่ายหน้าช้าๆ น้ำเสียงนั่นเจื่อนลง

"อ้าว...คุณอาไม่ได้ให้เหรอ"

ฉันถามด้วยความประหลาดใจ สมัยนี้ใครๆก็มีมือถือกันทั้งนั้นแหละ
เธอก้มหน้าลง ราวกับว่ามันเป็นความผิดอันใหญ่หลวงที่ไม่มีมือถือ

"นี่ๆ ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น ฉันถามเฉยๆ กะว่าจะได้ขอเบอร์ไว้ติดต่อเวลาฉุกเฉินเท่านั้นแหละ"

ฉันรีบพูดขึ้น แล้วก็ได้สังเกตว่าไหล่เล็กๆของเธอกำลังสั่น

"ฮึก..."
"เรนะ"
"เพราะ...เรนะ...ฮึก...ไม่มีมือ...ถือ...ฮึก...ไม่มีของ...แบรนด์เนม...ฮึก...เรนะเลย...ไม่มีเพื่อน...ฮึก...ใช่มั้ย"

เธอพูดสลับกับเสียงสะอื้น จนสุดท้ายก็ปล่อยโฮออกมา
ฉันดึงตัวเธอมากอดเอาไว้

"แล้ว...แล้ว...ถ้าเรนะ...ฮือ...ไม่มีมือ...ถือ...ฮึก...โกะโตซัง...จะเลิกคบเรนะ...ฮึก...หรือเปล่า"
"เด็กบ้า...ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย"

ฉันกอดเธอเอาไว้แน่น อยากจะลูบหัวเพื่อปลอบโยน
แต่มือก็ต้องถือร่มเอาไว้ เลยทำได้แค่กอดกับพูดปลอบใจ

ฉันเข้าใจแล้ว...ที่เธอไม่มีเพื่อน เพราะที่ที่เธอกำลังอยู่นั้นไม่ใช่ที่ของเธอ
เด็กใสซื่อแบบเธอนั้น พ่อแม่ของเธอเลี้ยงเธอมายังไงกันนะ
แต่ยังไงฉันก็รู้สึกชื่นชมเค้าทั้งคู่อยู่ดี ที่สร้างเธอขึ้นมาให้ไม่เหมือนคนอื่น
และเป็นเธอ...แบบที่ฉันจะตกหลุมรัก

.
.
.

"นี่ถามจริงๆเถอะ ว่าคุณอาเลี้ยงเธอแบบไหนกันแน่"

ฉันถามขึ้น หลังจากที่ฝนหยุดตก
พร้อมๆกับที่น้ำตาของเธอก็หยุดไหลเช่นกัน

"เอ่อ..."

เธอลังเลใจ ไม่รู้จะพูดยังไงดี
แต่ฉันก็ยังคงถามย้ำอีกครั้ง

"บอกมาเถอะน่า..."
"โกะโตซังต้องสัญญาก่อนนะว่าจะไม่ว่าอะไรคุณอา"

เธอเกาะแขนเสื้อฉันแน่น ดวงตากลมโตสั่นระริก
นิ้วก้อยเล็กๆยกขึ้นมาตรงหน้าฉัน

"อือๆ สัญญา"

ฉันเกี่ยวนิ้วก้อยของตัวเองกับนิ้วเล็กๆนั้น
เธอยิ้มออกมา ก่อนจะก้มหน้าลงไปต่อ

"คุณอา...ก็แค่...ให้ที่พักกับที่กินเท่านั้นแหละ"

เธอนั่งกอดเข่า เกยคางกับหัวเข่าที่ชันขึ้นมา
ฉันคิดเอาไว้แล้วล่ะ

"แล้วค่าขนมล่ะ"
"ก็...ให้บ้าง ไม่ให้บ้าง เรนะน่ะใช้เงินที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้เท่านั้นแหละ"

ฉันกำมือโดยไม่รู้ตัว รู้สึกสงสารเธอขึ้นมา

"แต่เรนะน่ะ...ไม่เป็นไรแล้วนะ เพราะเรนะมีโกะโตซังแล้วนี่นา ไม่มีมือถือ ไม่ต้องมีเพื่อนที่โรงเรียนก็ได้"

เธอเกาะแขนฉัน แล้วซบลงมา
ฉันได้แต่ยิ้มแล้วลูบหัวเธอเบาๆ

เหมือนกันแหละ...ไม่ต้องมีความรัก
ฉันก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ

เพราะฉันมีเธอแล้วนะ...เรนะ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วง...
สายฝนไม่มีแล้ว แต่ลมเย็นๆแห้งๆเริ่มมีมาให้สัมผัส

"เรนะ"

ฉันเรียกเธอที่นั่งกอดเข่าหันหลังให้อยู่
เธอหันหน้ากลับมา แล้วยิ้มจนตาหยี

เราสองคนนั่งคุยกันเรื่องทั่วๆไป
แค่เรื่องดินฟ้าอากาศ ต้นไม้ใบหญ้า
เธอก็เอามาพูดให้ฟังได้อย่างไม่รู้เบื่อ

"เออนี่! โกะโตซัง"

เธอเรียกฉันในขณะที่นั่งฉีกใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ฉันที่มองเธอทำอย่างนั้นเพลินๆ ก็ตอบรับสั้นๆ

"จำที่เรนะเคยบอกได้มั้ย ว่าบางเรื่องก็ไม่มีจุดจบน่ะ"

ฉันพยักหน้า ก็เธอเป็นคนบอกให้ฉันเชื่อนี่นา

"โกะโตซังยังเชื่ออย่างนั้นมั้ย"
"อือ"
"ดีแล้วล่ะ"

เธอพูดแล้วยิ้ม แล้วก้มลงฉีกใบไม้ต่อ
ฉันรู้สึกแปลกๆ เลยถามขึ้น

"มีอะไรเหรอ"
"ไม่มีไรหรอก เรนะถามเฉยๆ"

เธอไม่พูดอะไร ฉันเลยไม่คิดถามต่อ

.
.
.

"โกะโตซัง"

ฉันหันมาหาเธอที่ลุกขึ้นยืน หลังจากได้เวลากลับบ้านแล้ว
เธอถอดเอาสร้อยคอที่สวมไว้อยู่ออกมา
สร้อยเส้นนั้น...ฉันเห็นตั้งแต่เจอเธอครั้งแรก
เป็นสร้อยสีเงิน ตรงจี้เป็นรูปดอกโคลเวอร์สี่ใบซึ่งแกะจากไม้

"เรนะให้นะ"

เธอจับมือฉันไปรับไว้ ก่อนจะพับมือฉันให้กำมันแน่นๆ

"มันเป็นเครื่องรางของเรนะ"
"ทำไมถึงให้ฉัน"

ฉันมองสร้อยเส้นนั้นในมือ สลับกับการมองหน้าเธอ

"เพราะ...เรนะอยากให้ รับไว้เถอะนะ"
"อือ...ขอบใจนะ"

ฉันยิ้มให้เธอที่ยิ้มมาเช่นกัน ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
มองสร้อยในมือ แล้วหยิบมันขึ้นมาสวมที่คอ

พรุ่งนี้เช้าไม่มีเรียน...แวะไปหาของให้เธอก่อนมาที่นี่ดีกว่า

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฉันเดินยิ้มอย่างอารมณ์ดี ในกระเป๋ากางเกงมีถุงใบเล็กๆ
ข้างในมีสร้อยคอสีเงิน จี้ที่ห้อยคอนั้นเป็นรูปปลาโลมาสีเงินเล็กๆ

อยากรู้จังว่าเธอจะทำหน้ายังไงตอนเห็นสร้อยเส้นนี้...

ฉันยิ้มแล้วนั่งลงที่ประจำ รอเวลาเธอจะมา
ไม่นานนัก ก็มีเสียงสวบสาบดังมาจากข้างหลัง

"โกะโตซัง!"

ฉันหันไปยิ้มให้เธอที่เรียกฉันเสียงดัง
เธอเดินมานั่งลงข้างๆฉัน พอเห็นสร้อยที่คอ
เธอก็ยิ้มกว้าง

"ดีจัง..ใส่ไว้ด้วย"
"ก็เครื่องรางไม่ใช่เหรอ"

เธอพยักหน้า ดอกโคลเวอร์สี่ใบเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี
ฉันนึกขึ้นมาได้ เลยหยิบเอาถุงจากกระเป๋าออกมายื่นให้

"อ่ะ...ให้"
"เห? อะไรอ่ะ"

เธอรับมันไปแล้วเทมันออกจากถุง
สร้อยเส้นบางเลื่อนหล่นลงสู่อุ้งมือของเธอ

"สวยจัง..."

เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ซึ่งเรียกรอยยิ้มจากเธอได้

"ขอบคุณนะโกะโตซัง นี่เป็นเครื่องรางใช่มั้ย"

เธอถามฉันตาโตระริก ฉันพยักหน้า
แล้วหยิบเอาสร้อยเส้นนั้นมาใส่ให้เธอ

"ปลาโลมาเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัย จะได้โชคดีเหมือนกันนะ"

เธอก้มลงมองสร้อยที่ฉันใส่ให้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้ม
ยิ้ม...ที่ฉันรู้สึกว่ามันต่างไปจากเดิม

"เรามาทำไทม์แคปซูลกันมั้ย"

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเธอ นึกอะไรขึ้นมางั้นเหรอ...

"ไม่ต้องทำหน้างั้นเลย เดี๋ยวเรนะมานะ จะไปหากล่อง โกะโตซังก็คิดๆไว้นะว่าจะเอาอะไรฝังลงไป"

พูดจบก็ผลุนผลันวิ่งออกไป โดยที่ไม่ฟังกันเลย
ฉันได้แต่มองตามแล้วถอนหายใจ
อะไรกันนะ...แล้วนี่ฉันจะเอาอะไรฝังดีล่ะเนี่ย

แค่แป๊บเดียว เธอก็วิ่งกลับมาพร้อมกับกระป๋องชาเก่าๆในมือ

"เอาอันนี้แหละ ทนดี"

เธอพูดพร้อมกับเอามือเคาะกระป๋อง เสียงดังป๊องๆ
ฉันอดขำไม่ได้

"โกะโตซังคิดได้ยังว่าจะเอาอะไรใส่ลงไป"

ฉันส่ายหน้า ยังคิดไม่ออกเลย

"เรนะล่ะ"

เธอยิ้ม ก่อนจะลงมือถอดสร้อยที่เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะใส่ไปให้ออก
แล้วรูดเอาจี้ปลาโลมออกจากสร้อยเงินเส้นบางนั้น

"เรนะจะเอานี่ฝัง"
"หา?"
"เพราะมีสร้อยที่โกะโตซังให้แล้ว ปลาโลมานี่จะได้เป็นของที่ระลึกของเรนะกับโกะโตซัง"

ฉันได้ฟังเหตุผลของเธอก็ยิ้มบางๆออกมา
พร้อมกับลงมือถอดสร้อยของตัวเอง
แล้วรูดเอาจี้ไม้ที่เป็นรูปดอกโคลเวอร์ออก

"งั้นฉันเอาไอ้นี่ละกันนะ ไม่ว่ากันใช่มั้ย"

เธอส่ายหน้า ก่อนจะเปิดกระป๋องออก
วางจี้ปลาโลมาลงบนผ้าเช็ดหน้าของเธอ
ก่อนจะยื่นมาให้ฉันวางจี้ดอกโคลเวอร์ลงไปเคียงกัน
เธอบรรจงพับผ้านั้นห่อเอาไว้ แล้ววางลงในกระป๋อง

เราสองคนช่วยกันขุดดินตรงโคนต้นพลับที่ขึ้นริมน้ำพอดี
ฝังกระป๋องใบชาที่ปิดไว้แล้วลงไป ก่อนจะกลบมันให้เรียบร้อย

"เรียบร้อย..."

เธอพูดทั้งรอยยิ้ม สองมือปัดเอาเศษดินออก

"แล้ว...เราจะมาขุดเมื่อไรดีล่ะ"

ฉันหันไปถาม ไทม์แคปซูลมันต้องตั้งเวลาไว้ด้วยนี่นา

"ฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า วันเดียวกันกับวันนี้ และเวลาเดิม"

เธอหันมาพูดพร้อมยิ้มอวดฟันขาว
ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
เธอพูดมาราวกับว่าเธอวางแผนมาแล้วงั้นแหละ

"ทำไมต้องเป็นเวลานั้น"
"เอาเถอะน่า...โกะโตซังก็ หรือจะเอาอีกสิบปี?"

เธอยิ้มทะเล้น ฉันได้แต่ขยี้หัวเธอเบาๆ
แล้วก็ถึงเวลาที่เราแยกย้ายกันกลับบ้าน

"โกะโตซัง..."
"หือ?"

ฉันมองเธอที่ทำท่าจะเดินจากไป แต่ไม่ไปซะที

"ถ้าวันไหนเรนะไม่มาที่นี่ โกะโตซังจะยังมาหรือเปล่า"
"พูดอะไรบ้าๆ วันที่เธอไม่สบาย ฉันก็ยังมานั่งเลย ก็เธอไม่มีมือถือนี่นา ฮ่าๆ"

เธอยิ้มนิดหน่อย ก่อนจะพูดต่อ

"อือ...งั้นก็...ไม่มีไรละล่ะ ไปก่อนนะ บายๆ"

เธอโบกมือแล้ววิ่งจากไป ทิ้งฉันให้ยืนงงอยู่คนเดียว

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เช้าวันรุ่งขึ้น...อากาศหม่นมัว
ฝนไม่ได้ตก...แต่ทำไมมันดูหดหู่จังนะ

พอนึกถึงคำพูดของเธอเมื่อวานแล้ว
รู้สึกใจคอไม่ดียังไงไม่รู้

คว้าร่มติดมือออกไปด้วย เพราะกลัวว่าฝนจะตกกลางครัน
เธอยิ่งไม่ค่อยพกร่มอยู่ด้วย ถ้ามันไม่ตกให้เห็น

พอวิ่งมาถึง...ก็พบกับความว่างเปล่า
ทั้งที่บางทีฉันก็มาถึงก่อนเสมอ
แต่ทำไมคราวนี้รู้สึกร้อนใจจังเลยนะ

นั่งรออยู่นาน...ก็ไม่มีวี่แววของเธอ
เธออาจจะแค่ไม่สบาย...มั้ง

สายตาเหลือบไปที่โคนต้นพลับที่เราฝังไทม์แคปซูลด้วยกันไว้
พบซองจดหมายสีขาวใบนึงถูกทับด้วยก้อนหิน
ฉันเห็นก็รู้ทันทีว่ามันจะต้องจ่าหน้าซองถึงฉันจากเธอ

ฉันเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมา หน้าซองเป็นชื่อของฉัน
พอหยิบกระดาษขึ้นมา ก็เห็นว่าเป็นกระดาษสมุดโน้ตที่ใช้เขียนตอนเรียนหนังสือ
รอยเปื้อนเป็นดวงๆบนกระดาษใบนั้น รับรู้ได้ว่ามันเป็นรอยน้ำตา

ฉันเริ่มใจสั่น แต่ก็พยายามบังคับตัวเองให้อ่านข้อความในนั้น

'โกะโตซัง...

ตอนที่โกะโตซังอ่านจดหมายฉบับนี้...เรนะคงไม่อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว
เรนะขอโทษที่ปิดโกะโตซังมานานหลายเดือน
หลังจากวันนั้น...ที่ฝนตก วันที่เรนะบอกเรื่องคุณอาให้โกะโตซังฟัง
คุณป้าที่เป็นพี่สาวคุณแม่ก็ติดต่อมาหาคุณอา บอกว่าจะมาพาเรนะไปอยู่ด้วยที่อังกฤษ
คุณอาเองก็เห็นด้วย ก็...เค้าคงดีใจที่เรนะไม่อยู่ล่ะนะ ฮ่าๆๆ
หลังจากนั้น คุณป้าก็จัดการเรื่องต่างๆที่จะพาเรนะไปด้วย
จริงๆเรนะควรจะบอกโกะโตซัง แต่เรนะก็พูดไม่ออก
เพราะโกะโตซัง...บอกว่าไม่อยากเริ่มต้น เพราะจะได้ไม่มีจุดจบใช่มั้ย
แต่เชื่อเรนะเถอะนะ เรื่องระหว่างเราไม่มีจุดจบหรอก
ไทม์แคปซูลที่เราฝังด้วยกัน เรนะจะกลับมา...
ฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า เรนะจะกลับมา...กลับมาขุดกับโกะโตซัง
โกะโตซังจะต้องมาที่นี่ทุกวันนะ มานั่งเฝ้า อย่าให้ใครมาขุดไปได้
แล้วก็นั่งเผื่อเรนะ คิดถึงเรนะด้วย...

รอเรนะด้วยนะ...แล้วเรนะจะกลับมา
-เรนะ-

ป.ล. เรนะน่ะ...รักโกะโตซังนะ'

ฉันกำกระดาษในมือแน่น หยาดน้ำตาค่อยๆไหลออกมาแล้วหยดลงบนกระดาษแผ่นนั้น
ซ้ำรอยน้ำตาของเธอ...

มาถึงตอนนี้...ฉันเพิ่งจะสำนึกตัวเองได้เดี๋ยวนี้เอง
ว่าฉันก็รักเธอ...ทั้งที่ใจไม่ได้ต้องการจะมีความรักแล้ว

ฉันยกมือขึ้นลูบสร้อยสีเงินเส้นบาง ตอนนี้จี้นั้นมันนอนสงบข้างๆกันกับคู่ของมัน
อยู่ในกระป๋องชาใบเก่าสนิมจับ ที่ถูกฝังอยู่ใต้โคนต้นพลับ

ไม่เคยคิดอยากเริ่มต้น...เพราะกลัวจุดจบ
แต่เพราะเธอ...ทำให้ความคิดนั้นเปลี่ยนไป

ฉันจะเชื่อเธอ...ว่าระหว่างเรานั้น...

ไม่มีจุดจบ...

.
.
.

หนึ่งปีผ่านไป...

ฉันยืนกอดอกอยู่ริมน้ำ...
อีกห้านาทีก็จะเป็นเวลาที่เธอกำหนดไว้แล้ว

ฉันมองโคนต้นพลับนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
ตั้งใจไว้ว่า...หลังจากที่เราเปิดฝากระป๋องนั้นแล้ว
ฉัน...จะบอกรักเธอ

ฉันทิ้งตัวลงนั่ง ฟุบหน้าลงกับเข่าที่ชันขึ้นมา
อากาศเย็นๆแห้งๆพัดแผ่ว ไม่หนาว...ไม่อุ่นจนเกินไป

ดวงตาค่อยๆปิดสนิท เมื่อเสียงนาฬิกาที่ตั้งไว้ในมือถือมันดังขึ้น
ถึงเวลาแล้ว...แต่เธอยังไม่มา

เรนะ...ไหนเธอบอกว่า...
เรื่องระหว่างเราไม่มีจุดจบ...
ไหนเธอบอกว่า...เธอจะกลับมา

สวบ...สวบ...

ฉันเงยหน้าขึ้น แล้วหันหลังไปมองด้านหลัง
ลูกแมวตัวหนึ่ง เดินออกมาจากพุ่มไม้นั้น

"เมี้ยว~"

ฉันยื่นมือไปอุ้มมันขึ้นมาแล้วยกขึ้นแนบแก้ม
เส้นขนนุ่มๆให้สัมผัสเหมือนเวลาสัมผัสกับผมของเธอ

"เรนะ..."

ทั้งที่เธอก็ไม่อยู่ตรงนี้ แต่ก็ยังเผลอร้องเรียกชื่อเธอออกมา

"เจ้าตัวนั้นน่ะ...มันไม่ได้ชื่อเรนะนะ"

ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ รีบหันไปด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
เธอ...ยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มยังเหมือนเดิม
ที่ต่างไปบ้าง คือ เธอดูสดใสและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

"เรนะ..."
"ฉันกลับมาแล้ว โกะโตซัง"

เธอยิ้มแล้วเดินมาอุ้มเจ้าลูกแมวตัวนั้นขึ้นมากอด
ก่อนจะนั่งลงข้างๆฉัน

"ขอโทษที่มาเลทไปนิดนึง เครื่องบินมันดีเลย์น่ะ"

เธอแลบลิ้นเป็นเชิงขอโทษ ฉันที่จ้องมองเธอ
ได้แต่คิดว่าฝันไปหรือเปล่า

"โกะโตซัง...เป็นอะไรไปน่ะ"

พอเธอพูดแบบนั้นจบ ฉันก็ดึงเอาเธอมากอดไว้แน่น
เจ้าลูกแมวอยู่ตรงกลางระหว่างเราร้องเสียงหลงด้วยความอึดอัด
ก่อนที่จะกระโดดผลุงลงไปนั่งที่พื้น

"เรนะ...เธอกลับมาแล้ว..."
"ฉันกลับมาแล้ว โกะโตซัง"

ฉันสะอึกสะอื้นแล้วกอดเธอเอาไว้แน่น
เธอกอดฉันตอบเช่นกัน
ก่อนที่เราจะผละออกจากกัน

"ไปขุดไทม์แคปซูลกันนะ"

เธอพูดแล้วยิ้มกว้าง ฉันพยักหน้า
ก่อนที่เราจะลงมือขุดไทม์แคปซูลขึ้นมา
เมื่อกระป๋องชาใบนั้นปรากฏสู่สายตา เธอก็มีประกายตาแวววับ

"เปิดนะ"

เธอหันมายิ้มให้ฉัน แววตาอ้อนวอน
ฉันพยักหน้า

ทันทีที่เธอเปิดมันออก แล้วเทห่อผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าออกมา
เธอก็ค่อยๆบรรจงเปิดผ้าผืนนั้นออกช้าๆ
และเมื่อได้เห็นว่าของในนั้นเป็นอะไร เธอก็หันหน้ามามองฉัน

"โกะโตซัง...คนขี้โกง..."

เธอพูดด้วยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำเล็กๆไหลรินออกจากดวงตากลมโต
แต่ทว่า...ริมฝีปากบางนั้นคลี่เป็นรอยยิ้ม
ฉันยิ้มก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วหยิบเอาของในห่อผ้าขึ้นมา
ค่อยๆสวมมันลงบนนิ้วนางของเธอ

"ฉันรักเธอ...เรนะ"

เธอพยักหน้าแรงๆ แล้วก็ร้องไห้ไปด้วย
ก่อนจะโผเข้ากอดฉันแน่น
แล้วสัมผัสริมฝีปากซึ่งกันและกัน

.
.
.

"แล้วไหนล่ะจี้"

เธอแบมือออกกางตรงหน้าฉัน
ฉันเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะล้วงมือลงในกระเป๋า
แล้วหยิบเอาถุงผ้ากำมะหยี่ออกมา เทของในนั้นลงบนมือของเธอ

จี้รูปดอกโคลเวอร์กับปลาโลมากลิ้งหล่นออกมาจากถุงผ้า
ก่อนจะนอนนิ่งสงบเคียงคู่กันบนฝ่ามือของเธอ

"คนเจ้าเล่ห์...แอบมาขุดอย่างนี้ ผิดสัญญานี่นา"

เธอพูดเป็นเชิงตัดพ้อ ฉันยิ้มก่อนจะลูบหัวนั้นเบาๆ

"ขอโทษนะ..."
"เรนะล้อเล่น!"

เธอพูดเสียงดัง เมื่อได้ยินฉันเอ่ยด้วยเสียงเจื่อนๆ

"ขอบคุณนะเรนะ"
"เอ๊ะ...อะไรกัน เมื่อกี้ขอโทษ คราวนี้มาขอบคุณ"

เธอเงยหน้าขึ้นมองฉัน สีหน้างงงัน
ฉันก้มลงจูบหน้าผากนั้นเบาๆ

"ขอบคุณ...ที่สอนให้ฉันเชื่อว่าบางอย่าง...ก็ไม่จำเป็นต้องมีจุดจบ"

ฉันกอดเธอเอาไว้ และเธอก็กอดฉันกลับ

"ขอบคุณโกะโตซัง...ที่เชื่อฉันเช่นกัน"

บางอย่าง...ไม่จำเป็นต้องมีจุดจบ
หรือหากจะมี...สุดท้ายก็มันก็เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง
จริงมั้ย...เรนะ

 

 

Fin.

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โหว ไม่เจอกันนานนะคะคุณพี่ไม่รุจะจำกันได้ไหม
กระหายฟิคเก่าๆมาก ดีนะมีสปายอย่างพี่กัสส่งลิงค์มาให้
อิอิ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ จะติดตามเรื่อยๆ^^
คิดถึง

#1 By Maymaki on 2009-09-23 18:04

อุ๊ย เด็กน้องซากิอ้างอิงเว้ย

อ่านเรื่องนี้แล้วอยากดูแลเรนะขึ้นมาทันทีเชียว
น่ารักจริงๆ เลยน้าลูกเหมียวน้อยของเค้า

#2 By uregus on 2009-09-24 00:11

ห่างหายจากการอ่านฟิกไปนาน คงต้องบอกเหมือนเดิมว่า ไว้ค่อยอ่าน 55+

#3 By Lee'z on 2009-09-25 02:02

#1 หวัดดีคับ น้องเม
คิดถึงเหมือนกัน ><

#2 เรนะมันเป็นเด็กหน้าแมวดีๆนี่เองแหละ

#3 งั้นก็ต้องรอต่อไปสินะ ไอ้บอกว่าไว้ค่อยอ่านทีหลัง มันไม่เคยได้มาอ่านร้อก หึหึ

ืnokki

#4 By MorningMelody on 2009-09-27 14:29