[Fic] San-nin (Aya x Miki x Reina) :: 2 nd view :: Miki
posted on 25 Sep 2009 01:27 by morningmelody in Fiction
Title: San-nin
Author : kitakaze
Pairing : Aya - Miki - Reina
Rating : PG-13
2 nd view :: Miki
....ไม่เคยเชื่อคำว่านิรันดร์นั้นมีอยู่จริง และไม่เคยคิดว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป
แต่ก็ไม่นึกเลยว่าจุดจบจะมาถึงเร็วขนาดนี้
นี่...ทั้งๆที่ความรู้สึกที่มีต่อเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลงแท้ๆ
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นคืออะไรนะ....
เช้าวันเสาร์...
มิกินอนลืมตาแผ่หลาอยู่บนเตียง...ก็อยากจะนอนต่ออีกซักหน่อยหรอก... แต่วันนี้ต้องเข้าไปซ้อมท่าเต้นเพลงใหม่กับทุกคนนี่นา...
Pi ~
เสียงริงโทนที่คุ้นหูดังขึ้นมา
Pi ~ Pi ~
ถึงไม่ต้องดูชื่อก็รู้ว่าใคร...แต่ว่า....ถึงอย่างนั้น...
Pi ~ Pi ~ Pi ~
ทั้งที่คิดถึงแทบตาย....คิดถึงมากขนาดนี้แท้ๆ...
แต่ทำไมนะ หัวใจมันเจ็บปวด...
ทุกครั้ง...
ทุกครั้ง...
ทุกครั้ง...
มันยิ่งเจ็บปวดขึ้นเรื่อยๆ...
"....ค่ะ"
"อ๊ะ! มิกิตันอรุณสวัสดิ์จ๊า~~~!"
"อืม... อายะจังมีอะไรหรอ...เช้าขนาดนี้..."
เสียงของอายะจังฟังดูสดใสเหลือเกิน....
มิกิพยายามรักษาระดับเสียงของตัวเองให้เป็นปกติเท่าที่จะทำได้...
"อ๋า นอนอยู่หรอ ขอโทษๆ"
"เปล่าๆ...แล้ว...มีอะไรหรอ..."
"อ่อ...ใช่ๆๆ วันนี้ตั๊นว่างป่าวอ่า~"
"อืม...ถ้าตอนเย็นๆล่ะก็นะ..."
"เย้! ดีจัง งั้นมาเจอกันหน่อยนะ"
"เอ๋!?..."
เอ๊ะ...ไหนบอกว่าช่วงนี้งานยุ่งไม่ใช่หรอ....
อย่ามาหลอกให้ดีใจเล่นนะ....
"....นะๆๆ ไปกินเนื้อย่างที่ตั๊นชอบก็ได้"
"อะ...อืม..."
หัวใจมันบีบรัดจนเจ็บปวด....
รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล...
ทำไมกันนะ.... แค่คิดว่าจะได้เจออายะจังแล้วก็รู้สึกดีใจถึงขนาดนี้
"งั้นซักหกโมงเจอกันนะ~ ที่ร้านเดิม"
"อือ"
"ตั๊น...ชั้นคิดถึงตั๊นนะ..."
"อือ...มิกิก็..."
-- ปี๊บๆๆ --
...วางไปแล้ว...
อายะจัง...มิกิยังไม่ทันได้พูดเลย...
"...มิกิก็...คิดถึงอายะจังมากนะ..."
มิกิกำมือถือเอาไว้แนบหน้าอกแน่น...
ก่อนหน้านี้...พวกเราอยู่ด้วยกันตลอด...ทั้งในเวลางาน ทั้งนอกเวลางาน... ทุกๆวันเต็มไปด้วยความสนุก..และความสุข..
แต่ตอนนี้มันไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว..ทั้งมิกิ ทั้งอายะจัง พวกเราต่างก็งานยุ่งขึ้นเรื่อยๆ
และ...เวลาที่ได้เจอกันเองก็ลดลงเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...
อายะจัง...ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทุกครั้งที่ได้เจอ...
มิกิ...รู้สึกเหมือนถูกทิ้งเอาไว้อยู่คนเดียว
เหงา...
ถึงจะได้เจอกับคนเยอะขึ้นแต่ก็ยังเหงา...ทำไมถึงเหงาได้ถึงขนาดนี้นะ
ระยะห่างที่ค่อยๆมากขึ้นทำให้สมดุลในตัวมันเริ่มแตกสลาย

"...ขอบคุณนะคะที่อยู่ซ้อมเป็นเพื่อน"
ที่ตอนนี้มิกิก็ยังยืนอยู่ได้ ยังยิ้มอยู่ได้นั่นอาจจะเป็นเพราะ... เด็กสาวตัวเล็กๆคนนี้ล่ะมั้ง... เวลาที่ได้อยู่กับเธอก็รู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...
"แล้วจะกลับรึยังหรอ"
"ค่ะ...คิดว่า..."
เอ๊ะ..ทำไมทำหน้าเศร้าๆแบบนั้นล่ะ...
นี่...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...
"อืม...งั้นไปกินเนื้อย่างด้วยกันมั้ยพอดีนัดกับอายะจังเอาไว้น่ะ"
ไม่รู้ทำไมถึงชวนไปแบบนั้น...
ทั้งๆที่มิกิเองก็อยากจะอยู่กับอายะจังสองคนแท้ๆ
อาจจะเพราะ...เห็นสีหน้าแบบนั้นของทานากะจังล่ะมั้ง...
"...ไม่ดีกว่าค่ะ ไม่ค่อยได้เจอกันไม่ใช่หรอคะ...."
"แหม่!! รู้ดีจริงนะ เด็กคนนี้ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ"
รอยยิ้มของทานะกะจังดูแปลกๆ ไม่รู้จะทำยังไงก็เลยแกล้งทำเป็นหัวเราะ...ขยี้หัวเธอกลบเกลื่อนไปแบบนั้น
"งั้นไปก่อนนะ ทานากะจัง"
"ค่ะ.......แต่ว่านะ...เมื่อไหร่จะเลิกเรียกว่า ' ทานากะจัง ' ซะทีล่ะคะฟูจิโมโตะซัง"
"งั้นเมื่อไหร่ทานะกะจังจะเลิกเรียกมิกิว่า ' ฟูจิโมโตะซัง ' ซะทีละ"
พอมีทานากะจังมาอยู่ข้างๆ ได้คุยกันแค่นั้น มิกิก็รู้สึกดีขึ้นมาก รู้สึกเหมือนได้รับความกล้าขึ้นมาอีกนิด...ขอบคุณนะทานากะจัง
มิกิจะใช้ความกล้านี้ไปพบอายะจังล่ะนะ

กลิ่นหอมของเนื้อย่างโชยมาอยู่เรื่อยๆ ทั้งๆที่เป็นของที่มิกิชอบที่สุดแท้ๆแต่ตอนนี้กลับไม่รู้สึกอยากกินขึ้นมาซักนิด
แก้วน้ำตรงหน้าถูกยกขึ้นดื่มจนหมดเป็นรอบที่สี่ มิกิยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ตอนนี้ก็สองทุ่มแล้วอายะจังก็ยังไม่มาซักที
เกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ...เป็นห่วงจังเลย...
Pi ~ Pi ~Pi ~
เสียงริงโทนที่คุ้นหูดังขึ้นมา
อายะจังนี่นา!
มิกิรีบรับอย่างรวดเร็ว
"ฮัลโหล! อายะจัง!"
"ฮัลโหล ตั๊น......ขอโทษนะ......รอ...อยู่รึเปล่า...."
เสียงของอายะจังยังคงสดใสเหมือนเดิม...คงไม่เป็นไรสินะ...ดีจังเลย...
"อืม ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก มิกิรอได้"
"ขอโทษนะ...ชั้นไปไม่ได้แล้วล่ะ..."
"เห๊ะ....อีกแล้วหรอ....ครั้งที่แล้วก็....."
"ขอโทษจริงๆนะ..."
"....อืม....ไ...."
--ปิ๊บ--
เสียงนั้นดังคั่นก่อนที่มิกิจะพูดจบประโยคอีกครั้ง...
"....ไม่เป็นไร...."
ทำไมนะ...
ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ทุกที หรือว่าระยะห่างนั้นจะทำให้พวกเรากลายเป็นทางคู่ขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันได้ซะแล้วนะ
นี่...อายะจัง....ความรู้สึกที่มีต่ออายะจังน่ะมันไม่เคยลดน้อยลงไปเลยนะ แต่คนที่รู้สึกแบบนี้คงมีแค่มิกิคนเดียวใช่มั้ย
นี่...อายะจัง...บางทีมิกิน่ะ....
...อาจจะถึงขีดสุดแล้วก็ได้นะ.......

พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง คนที่อยู่เบื้องหน้าก็คือทานากะจัง
ทำไมกันนะทุกครั้งเวลามิกิรู้สึกแย่ขึ้นมาเด็กคนนี้ถึงได้มาอยู่ข้างๆเสมอ...
"เอ้า ทานากะจัง เนื้อชิ้นนี้สุกแล้วนะ"
"ขอบคุณค่ะ"
มิกิคีบเนื้อให้ทานากะจังแล้วก็นั่งกินต่อไปเงียบๆ แต่ว่าบางอย่างในใจมันเหมือนจะทะลักออกมา ทุกครั้งพอเงยหน้ามาแล้วเห็นใบหน้าขาวๆนั้นผ่านม่านควันจางๆของเนื้อย่าง บางอย่างในใจที่กักเก็บเอาไว้มันก็เหมือนจะทะลักออกมาให้ได้
"อายะจังน่ะ..."
ในที่สุดมันก็เริ่มพรั่งพรูออกมา...
"...อายะจังน่ะ..."
...หยุดไม่อยู่อีกแล้ว...
"อายะจังน่ะ...จู่ๆก็โทรมาบอกว่ามาไม่ได้..."
...พอนะ...พอสิ...อย่าพูดมากกว่านี้...
"...อีกแล้วสินะ...ทั้งที่ไม่ค่อยได้เจอแท้ๆ..."
อย่าแสดงความอ่อนแอของตัวเองออกมาเซ่!!!
"..ฟูจิโมโตะซัง......"
"ช่างเถอะๆ ทานากะจังอยากกินอะไรสั่งเลยนะเดี๋ยวมิกิเลี้ยงเอง ฮี่ฮี่"
"...ค่ะ!"
.
...
... ...
...เศษเสี้ยวของอะไรบางอย่างในใจมันแตกกระจายออกมา...

ท้องฟ้าไร้ดาวสีดำสนิท
มิกิชูสองแขนไปยังพระจันทร์ดวงโตนั้น
"เฮ่อ~~ อิ่มจังเลยๆ"
ทั้งที่รู้สึกเหมือนอะไรในใจมันขาดหายไป แต่สมองมันกลับโล่งอย่างน่าประหลาด
"....ไม่อิ่มก็ไม่ใช่คนแล้วล่ะ...เล่นฟาดไปซะขนาดนั้น..."
"ห๊า ว่าไงน๊ะ ยัยเด็กนี่วอนซะแล้ว"
"ก็ความจริงนี่ ฮี่ฮี่ แบร่ๆๆ"
"ทานาก่า!"
"ฮะฮะฮะ"
พวกเราสองคนหัวเราะกันวิ่งไล่จับกันเหมือนเด็กๆ ความทุกข์ความเศร้าที่อัดอั้นเต็มอยู่ในหัวใจนี้มันสลายไป ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ความสบายใจมันเข้ามาแทนที่
มิกิใช้สองแขนยันกำแพงสองด้านข้างตัวทานากะจังเอาไว้ ทานากะจังยืนพิงกำแพง หอบหายใจอ่อนๆ แก้มสีขาวนั้นเจือด้วยสีชมพูจางๆ ผมสีดำสนิทสะท้อนกับแสงจันทร์จนขึ้นเงา แววตานั้น...มีอะไรบางอย่างซ่อนลึกลงไป...
ทำไมเพิ่งจะสังเกตเห็นนะ ทุกครั้งที่หัวใจนี้มันเจ็บปวดเพราะอายะจังคนที่อยู่เคียงข้างเสมอก็คือทานากะจัง สิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในแววตาและสีหน้าที่เฝ้ามองมาของเด็กคนนี้
...และสิ่งที่เก็บซ่อนอยู่ในหัวใจของมิกิมาตลอด
"...ฟูจิ...โมโตะซัง...."
"...ทานากะจัง..."
ทั้งๆที่รู้อยู่กับตัวมาตลอด แต่กลับไม่เคยยอมรับ และเก็บซ่อนมันเอาไว้ เศษเสี้ยวของอะไรบางอย่างที่แตกออกมันไปกระตุ้นความรู้สึกที่หลับไหลนั่นเข้าซะแล้ว
ใบหน้าของทานากะจังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ....
ทันใดนั้นเองมิกิก็เห็นเงาร่างของคนที่คุ้นตา..
"อายะจัง"
มองเห็นเงาร่างนั้นลิบๆที่หัวมุมถนน
ถึงจะไม่ชัด...แต่ว่านั่น...ไม่สิ... นั่นไม่ใช่หรอกน่า...ก็อายะจังนะไม่น่าจะมาอยู่แถวนี้ในเวลาแบบนี้ได้นี่นา
เมื่อหันกลับไปมองอีกทีทานากะจังก็กำลังเหม่อมองไปยังทิศที่มิกิมองไปเมื่อครู่พอดี ใบหน้าที่เหม่อมองนั้นมันช่างน่าเอ็นดูเกินคำบรรยาย
พอรู้สึกตัวอีกทีมิกิก็แกล้งทานากะจังไปอีกจนได้ ด้วยท่าพิฆาตชินจัง ฮะฮะฮะ
"...โอ๊ยๆๆๆๆ...ฟูจิโมโตะซังอ่า"
ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ
น่ารักชะมัด

สถานีรถไฟเงียบสงบจนแทบจะปราศจากผู้คน มิกิเห็นทานากะจังแอบทำตาละห้อยชำเลืองมองมา
นี่...ทำหน้าแบบนี้อีกแล้วนะ...
"เดี๋ยวมิกิจะรอเป็นเพื่อนจนกว่ารถไฟจะมานะ"
"ค่ะ"
มิกิจูงทานากะจังไปที่ม้านั่ง
"เฮ่อ....เหนื่อยจังเลย...."
"ก็เล่นวิ่งซะขนาดนั้นนิ หึหึหึ"
"ก็ฟูจิโมโตะซังน่ากลัวนิ...นึกว่าจะโดนฆ่าหมกซ่องตึกแล้วซะอีก"
"ว่าไงน๊า!!"
"อุ๊บ ฮะฮะฮะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า"
ชานชลาที่เงียบสงบกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเราสองคน...
...รู้สึกดีจังแฮะ....
ทั้งที่นึกว่าวันนี้จะหัวเราะไม่ออกแล้วซะอีก...ขอบใจจริงๆนะทานากะจัง
"ฮ้าว~~ว"
"ง่วงหรอทานากะจัง
"นิดหน่อยอ่ะค่ะ" ทานากะจังพูดพลางยกหลังมือขึ้นมาปาดน้ำตา
"จะหลับไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวมิกิปลุกเอง"
"มะ มะ มะ ไม่เป็นไรค่ะ"
"เถอะน่า!"
"หวะ หวา~~"
มิกิยืดแขนออกมาโอบไหล่ แล้วดึงทานากะจังไปซบกับบ่าตัวเอง ไออุ่นที่ค่อยๆถ่ายทอดมาเร่งอัตราเต้นของหัวใจให้เร็วขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว
หวังว่าทานากะจังคงจะไม่ได้ยินนะ
ท่ามกลางความเงียบที่ได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเอง มิกิค่อยๆหันไปมองที่ทานากะจัง
ใบหน้าขาวเนียล เปือกตาบางปิดจนสนิท เส้นผมละเอียดสีดำตกลงมาปรกหน้าผาก
"เมื่อไหร่จะเลิกเรียกว่า ' ทานากะจัง ' ซะทีล่ะคะฟูจิโมโตะซัง"
"งั้นเมื่อไหร่ทานะกะจังจะเลิกเรียกมิกิว่า ' ฟูจิโมโตะซัง ' ซะทีละ"
บทสนทนาเมื่อเย็นสะท้อนก้องไปมาในหัวอีกครั้ง เศษเสี้ยวเล็กๆในหัวใจแตกกระจายออกมาอีกหนึ่งชิ้น... น้ำตามันพาลเอ่อขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล
"..."
"...ทานากะจัง.."
มิกิปัดผมที่ปรกหน้าทานากะจังออกอย่างแผ่วเบา แล้วค่อยๆประทับริมฝีปากลงไปที่หน้าผากนั้น
เปลือกตานั้นสั่นระริก...แกล้งหลับอยู่สินะ...
"...เรนะ"
มิกิประทับริมฝีปากลงไปอีกครั้งยังริมฝีปากบางนั้น ลมหายใจอุ่นๆปะทะเข้ามาที่แก้ม
เฝ้ามองใบหน้านั้นค่อยๆลืมตาขึ้น
ห้ามความรู้สึกนี้ไม่อยู่อีกแล้ว
"ฟูจิโมโตะซัง?"
มิกิยกปลายนิ้วขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากบางๆนั้นอย่างแผ่วเบา
"เรนะ...มิกิเรียกว่าเรนะแล้วนะ"
"...มิ..................มิกิ..."
แววตาของเรนะมีน้ำตาปริ่ม เราสองคนตกอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน
-- กึ่งๆๆ วี๊~ --
เสียงรถไฟแล่นเข้ามาและแล่นออกไป... พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆที่ริมฝีปากซึ่งมีน้ำตาไหลปน...

มิกิเดินทางกลับแมนชั่นด้วยใจที่เหม่อลอย แม้สมองจะกระจ่างชัดแต่ในใจกลับคลุมเครือ
สองขาพาเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ ความเย็นเฉียบของลูกกุญแจที่อยู่ในมือซึ่งสอดลงกระเป๋าช่วยดึงสติให้กลับคืน
แต่สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าสายตาหลังจากนั้นมันกลับไม่น่าเชื่อ
"...ตั๊น"
เสียงใสๆที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากเบื้องหน้าท่ามกลางเงามืดยามค่ำคืน....
"อายะจัง!!!?"
อายะจังยืนอยู่ที่หน้าห้องของมิกิ!?
TBC